un_pass 的个人资料un_pass照片日志列表 工具 帮助

un_pass

เราต่างต้องการแค่
"หัวใจของคนที่เรารัก"
กับเราเอง ก็รักเขาด้วยหัวใจ

Windows Media Player

un_pass

Over the Sky : I love the Rain because it makes L'Arc~en~Ciel
12月28日

I AM LEGEND (spoil?)

Lighting-up the dark
.
.
.
My name is Robert Neville.
I am a survivor living in New York City.
I am broadcasting on all AM frequencies.
I will be at the South Street Seaport everyday at mid-day,
when the sun is highest in the sky.
If you are out there...
If anyone is out there...
I can provide food,
I can provide shelter,
I can provide security.
If there's anybody out there...
anyboby...
please
You are not alone.
 
Robert Neville (Starring Will Smith)
I AM LEGEND
 

 
ช่วงนี้มันเหงาๆ เศร้าๆ อย่างบอกไม่ถูก
สงสัยอาจเป็นเพราะเรื่องปริ้นซ์ก็เป็นได้
 
สุดท้าย...ตามคำเป่าหู (?) ของเพื่อนที่ทำงาน
หนังสนุกมาก ลุ้นทั้งเรื่อง
เมื่อคืนก็เลยไปนั่งหงอยอยู่ในโรง 3 SFX
 
มันไม่ใช่อะไรอย่างที่เราคิดไว้
เรียกได้ว่าเศร้าแบบกดดันสุดๆ
ตอนที่โรเบิร์ตทำอย่างนั้นกับแซม...ร้องไห้ออกมาก็จริง
แต่ว่า...มันเป็นก็อะไรที่เราเตรียมใจไว้แล้ว
ตั้งแต่ตอนที่เห็นแซมโดนกัด
 
แต่ฉากที่โรเบิร์ตตามแซมเข้าไปในตึกนั่น
บอกได้เลยว่าทั้งเศร้า
ทั้งกดดัน
มันเป็นอะไรที่ก้ำกึ่งกันของอารมณ์ในแง่ลบสองอย่าง
ความกลัวกับความสิ้นหวัง
 
ตรงนี้บอกได้เลยว่านับถือ วิล สมิธ อย่างมาก
ณ จุดๆ นั้น เขาแสดงให้เห็นถึงความกลัวของโรเบิร์ต
กลัวที่จะเข้าไปข้างใน
กลัวว่าแซมจะตาย
ถึงปากจะบอกว่า แซม...ฉันจะไปแล้วนะ
พูดเหมือนกับจะตัดใจ
แต่ขาก็ยังก้าวเข้าไปเรื่อยๆ
กลัว...ถ้าไม่รอด ก็ขอให้เห็นกับตา
กลัว...แต่ก็ยังหวังว่าแซมจะไม่เป็นอะไร
 
ตอนนั้นคิดจริงๆ ว่าถ้าฉากนั้นนานกว่านี้อีกนิด
น้ำตาต้องไหลแน่ๆ เลย
 
โห...เว่อร์ไปมั้ย?
 
อืม...ไม่รู้นะ
เพราะตอนนี้ก็ยังรู้สึกอย่างนั้นอยู่
เลยกลายเป็นว่าอะไรๆ มันดูเหงาๆ เศร้าๆ ไปหมด
 
สงสัยคงต้องรอให้ใครสักคนมา...
Lighting-up the dark
7月31日

HARRY POTTER and the Deathly Hallows

 The last enemy that shall be destroyed is death.
 

 
กลับมาอีกครั้งหลังหายไปนาน
แถมกลับมาวันนี้อีกต่างหาก
โชคดีจริงๆ
 
จั่วหัวไว้อย่างนี้
เพราะอ่านแล้วรู้สึกชอบมากก็เลยเลือกมา
อันที่จริงก็มีประโยคอื่นอีกนะ
แต่เอาไว้โอกาสหน้าละกัน
 
อ่านแฮร์รี่จบแล้ว
หลังจากฟาดฟันกับอาการ
อยากอ่าน และ ไม่อยากอ่าน
แล้วก็อ่านจบจนได้
 
หลายๆ ตอนที่อ่านแล้ว
โห...เรานี่ก็เดาแม่นนี่หว่า
และไม่ผิดจากที่คิดไว้
"เขา" เป็นอย่างนั้นจริงๆ
แรงได้อีก
ได้ใจมากๆ
 
ตอนนี้ก็เหลือแค่รอฉบับภาษาไทย
เพราะบางตอนอ่านแล้วนึกภาพตามไม่ออก
อันเนื่องมาจากความสามารถอัน...ล้นทะลักไปหมด...ด้านภาษาอังกฤษ
ระหว่างนี้คิดว่าคงจะเอาเล่มเก่าๆ มาอ่านรอไปก่อน
 
ว่าแต่...แล้วจากนี้จะมีอะไรให้รออีกล่ะเนี่ย 
2月9日

Dear friend

to you who always be my friend
even you go to the world end
but our friendship wll never rend
dear friend, I promise you
 
go out and see around
listen to every sound
tell me all the things you've found
share me, your black and white time
 
try your best
experience comes after you passed the life's test
but if you wanna rest
I always be that place for you
 

 
How far can I go for someone
who I cannot  appear in his life?
 
I do not know
 
Yes, I always try
 
...my best
 
So far away from here
 
Surely
 
Someday...
1月29日

I for you

กับฉันแล้ว
ความรักไม่มีช้าไปหรือเร็วไป
เพราะตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ารักเธอ
ทุกๆ วินาทีของฉัน
มีไว้เพื่อทำให้เธอมีความสุขเท่านั้น
 

 
อยากให้เป็นอีกหนึ่งวันที่ดีของไฮด์
ก็เลยถือโอกาสอัพเสียหน่อย
ฟังดูไม่เกี่ยว
แต่จริงใจนะ
 
สำหรับตอนนี้
พยายามเปิดใจให้กว้าง
รับสิ่งใหม่ๆ เข้ามา
ก่อนที่อีกราวๆ 2 เดือนข้างหน้า
จะต้องกลับมาหัวทิ่มหัวตำกับพวกลุงๆ ใหม่
 
ส่วนพวกย่องเบาทุกท่าน
ตอนนี้กำลังหาทางเอาเพลงมาลงให้
เพราะฉะนั้นโปรดรออย่างแตกตื่น
เพื่อจะได้รู้ว่ายังอยากฟังอยู่
ระหว่างนี้ก็ตามไปดู Me Melody ก่อนละกันนะ
อย่าร้องไห้ล่ะ
แล้งเรื่องรูป...ยังตัดใจไม่ลง
ก็ขอยังไม่เปลี่ยนละกัน
 
สุดท้าย
ถ้าใครอยากไปดู
L'Arc~en~Ciel RESET>>>000
live - the 4th Film Gigs
ด้วยกันล่ะก็
ไหนลองมาอ้อนเจ๊หน่อยสิ
1月24日

シリウス

君を抱き締める力が強いのは
言葉で伝えきれない僕なりの愛
今すぐ言えないけれど
この溢れだす想い届けるからね
 
人波すり抜けて歩くとき
君とはぐれないように
重ねた指線を固く結ぼう
 
冷たい冬の風が僕らの
頬を吹き抜け走った
でも握るこの手は 今も温かいまま
 
見上げた空 シリウスが輝く
そう君とともに星に願おう
 
それが変わらない愛と思いたいよ
それが終わらない夢だと信じたい
星空輝く下で そっと引き寄せるこの胸に
 
君を抱き締める力が強いのは
言葉で伝えきれない僕なりの愛
このまま遠くへ行こう
未来の向こう側の”永遠”までも
 
夜空に光星の数ほど
すれ遠う人ばかりで
君とめぐり逢えた
運命大事にしよう
 
白い吐息 重なるほど近く
そう もっとそばに感じたいから
 
それが変わらない愛と思いたいよ
それが終わらない夢だと信じたい
星空輝く下で そっと引き寄せるこの胸に
 
君を抱き締める力が強いのは
言葉で伝えきれない僕なりの愛
今すぐ言えないけれど
この溢れだす想い届けるからね
 
澄んだ真冬の空に流れ星が肖えたく
軌跡描くその瞬間 二人愛を誓おう
 
それが変わらない愛と思いたいよ
それが終わらない夢だと信じたい
星空輝く下で そっと引き寄せるこの胸に
 
君を抱き締める力が強いのは
言葉で伝えきれない僕なりの愛
このまま遠くへ行こう
未来の向こう側の”永遠”までも
 
Sirius
By John Hoon (KIM Jung Hoon)
 

 
เย้...ในที่สุดก็หาคนจ่ายค่าตั๋วให้ได้แล้ว
(ได้ข่าวว่าเปิดขายมีนาโน่น)
คราวนี้ราคาพุ่งไป 280 บาทแน่ะ
ไม่เป็นไร 600 ก็สู้ ถ้าได้ดูทั้ง 3 อัน
แต่เสียดายที่ว่าไม่มีแจกเสื้ออ่ะ
คราวนี้ผลโหวตเป็นเจ้า 000
ว่าแต่เล่นเพลงอะไรบ้างหว่า
ต้องเตรียมตัวฝึกร้อง 555
1月17日

Spring Waltz : 봄의 왈츠 : Bom-ui Wal-cheu

If you love...
If you want to see them...
You will always see them again
Hide well, your hair is showing
Love is like hide and seek
Although you can't see them,
the heart beats frantically when near them
Therefore, there is no hide and seek forever
because eventually you find one another
Spring, although you can't see it
or even while playing hide and seek, it finds you
That's why, spring is love,forgiveness and hope
 
Spring Waltz : 봄의 왈츠 : Bom-ui Wal-cheu
By LEE Su Ho (YOON Jae Ha) & SUH Eun Young (PARK Eun Young)
 

 
โดนขาประจำที่ไม่ยอมแสดงตัว
ทวงให้อัพกับคำถามว่า
กลอนหรือข้อความที่ลงโดนไม่บอกที่มา
ไปเม้มมาจากไหน
บอกว่าที่ถามเพราะชอบอ่าน
 
เอ...จะมีนัยยะอ้อมๆ ว่า
ส่วนนอกนั้น อันหมายถึง ส่วนของเจ้าของพื้นที่ นั้น
ไม่ชอบอ่าน?
 
คำตอบของคำถามคือ "เปล่า"
 
อันที่ไม่ลงที่มาทั้งหมด
กลั่นมาจากฟองอากาศจำนวนมากที่แทรกอยู่ระหว่างสมอง
เพราฉะนั้น
ไม่เพียงคาดว่า
แต่อย่างแน่นอนที่สุด
ผู้อ่านย่อมเห็นถึงความแตกต่าง
 
และกับการเริ่มต้นของปี
ก็เลยเลือกเอานิยามความรักจากอีกหนึ่งฤดูกาลมาลง
หวังว่าคนทวงคงจะถูกใจนะ
12月21日

Over The Sky, Beside The L'Arc~en~Ciel

แปลกใจจริง
ทั้งที่อยู่สูงขนาดนี้
ทั้งที่ได้ขึ้นมาอยู่ในที่ที่เธออยู่
แต่เราก็เป็นได้แค่เส้นขนาน
 
ไม่เสียใจหรอกนะ
ถึงจะเป็นแค่เส้นขนาน
แต่นี่ก็เป็นครั้งแรก
ที่รู้สึกว่า
เราอยู่ในที่เดียวกัน
 

 
ครั้งแรกในชีวิตกับการขึ้นเครื่องบิน
บินไป
บินกลับ
บินไป
แล้วก็บินกลับ
แล้วในขณะเดียวกัน
ก็เป็นครั้งแรกของเชียงใหม่กับภูเก็ตด้วย
 
ไม่เคยคิดเลยว่า
การ "ขึ้นเหนือ ล่องใต้"
มันจะทำให้เหนื่อยได้ขนาดนี้
 
ตอนไปเชียงใหม่
ไม่มีโอกาสได้ซึมซับอะไรมากนัก
เพราะ "งาน" ต่างหาก ที่ทำให้ได้มาไกลถึงขนาดนี้
 
อาจเป็นเพราะอ่อนแรงจากหลายวันก่อนหน้า
ไประยอง พัทยา ศรีราชา
กลับมาปั่นงาน
อีกวันไปสอบ
ขึ้นสัปดาห์ใหม่ก็ไปนั่งหน้าแป้นบนเครื่องแล้ว
 
ครั้งแรกของอากาศยาน
เฉยๆ นะ แต่หูอื้อได้ใจเลย
อาหารก็ออกมาแบบหมาหยอกไก่
หยอกจนท้องไส้ทรมานด้วยความหิว
ขากลับนี่สุดๆ
ล้า แล้วเจ็บคอคล้ายจะไม่สบาย
ขากลับเลยต้องทนปวดหูอย่างรุนแรงเพราะแรงดันอากาศ
 
ภูเก็ตนี่ดีหน่อย
คุณหมอที่คลินิกแห่งสุดท้ายให้แผนที่มา
เวลาเหลือและขี้เกียจเดิน
จึงลงมติ (เอาเองคนเดียวเพราะคนที่มาด้วยกันเปิดโอกาส) นั่งรถวนรอบเกาะแทน
 
หาดสวย น้ำใส ฝรั่งหุ่นดีๆ หลายๆ คน หล่อได้ใจแถมไม่เป็นเกย์เพราะมีสาวแนบข้าง
กะตะ กะรน วนไปถึงแหลมพรหมเทพ
สวยจริงๆ
เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ยลอาทิตย์อัสดงอันลือชื่อ
 
สุดท้ายก็ต้องหนีฝนไปขึ้นเครื่อง
สยองได้ใจนัก
 
ไม่ได้กลัวหรอก
แต่หวิวๆ เพราะไม่สบายเลยนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไปเรื่อย
พอเครื่องไต่ระดับ อาหารเริ่มแจก ถึงได้รู้ตัวว่า
 
พลาดไปแล้ว
 
หน้าต่างฝั่งซ้ายที่ยึดพื้นที่ตั้งแต่ต้น
มองออกไปเห็นทะเลเมฆ
ไกลสุดลูกหูลูกตา
 
ตรงสุดของขอบฟ้า
แสงของอาทิตย์ที่วิ่งสวนทางกับเครื่องบิน
ตรงขนานกับทะเลเมฆเป็นสีของรุ้ง
สีเข้มจัดไม่เหมือนกับแสงจางๆ ของรุ้งกินน้ำ
เข้มจนราวกับว่าจะจับต้องได้อย่างนั้น
 
ภาพที่เห็นด้วยตา
เข้าไปถึงข้างใน
 
แต่สุดท้าย
ก็ต้องกลับมามองไปสนามบินอยู่ดี
ไม่ใช่ว่าไม่สวยหรอกนะ
แต่นีมีโอกาสได้นั่งเครื่องติดๆ กันสี่ครั้ง
ทำไมถึงไม่ได้เห็นตอนกลางวันกับเขาบ้าง
 
เอาเถอะ
ใช่ว่าจะไม่มีหนหน้า
หวังว่าตอนนั้นคงเป็นตอนที่ใช้บริการท่าอากาศยาน
ลัดฟ้าไปหารุ้งที่ร้องเพลงได้ละกัน 
12月18日

I want it be a(n) (un)secret e-mail Part II

หวาดดีค่า....เจ๊เบ็ต..
หวัดดีจ้า..เล็ก..

โทษทีน้า ที่หายไปนานเลย เพราะว่าเราไม่มีเวลาจริงๆ จ้า เพิ่งจะว่างนี่แหละ เนี่ยเจ๊เบ็ต... ตอนเค้าออน ตัวเองก็ไม่เห็นออนมั่งเลยอ่ะ เค้าอ่ะ อยากเม้าจะตายอยู่แล้วอ่ะ...จริงๆนะ.. แต่ว่า จริงๆแล้ว ต้องเม้าท์ด้วยปากนะ พิมพ์อย่างนี้ ไม่ค่อยได้อารมณ์เลยอ่ะ... จริงๆ ..เราเล่าเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังทีไร.. จะร้องไห้ทุกทีเลยอ่ะ...

ก่อนอื่น.. เล็ก...จากเรื่องที่เคยเล่าให้ฟังมาอ่ะนะ... ตอนนี้เราขอเล่าอย่างละเอียดจากความจำส่วนของหัวใจ...นะจ๊ะและขอเตือนว่า...ทั้งเจ๊เบ็ตและเล็กต้อง “ทำใจ”ก่อนอ่าน..เพราะ
1. รับรองว่า..หัวใจวายได้ง่ายๆ เหมือนเราที่เป็นมาแล้ว....
2. เราบ้าไปแล้วอ่ะ.....

ตอนแรก... พี่ที่นี่เค้ามาบอกเราว่า.. “ตั๋วหมดแล้วอ่ะ.. จองไม่ได้เลย”
วันนั้น..เราร้องไห้ น้ำตาไหลออกมาไม่รู้ตัวเลย... ฮืออออออออ....
พี่เค้าเห็นเค้าเลยบอกเราว่า...
“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเราลองไปหาบัตรหน้างานดูก็ได้..”

คืนวันศุกร์ ที่ 24 พฤศจิกายน 2549
เราเริ่มกระสับกระส่าย  เพราะว่า พรุ่งนี้จะมีคอนเสิร์ตแล้ว... อิชั้นยังไม่มีบัตรเลยนี่หว่า...เอาผ้าไปซัก...ก็ไม่มีสมาธิเอาซะเลย.... เครียดดดดด....
แต่ว่า... ความบ้าของเราคือ... เอาว่ะ แม่ง ไม่มีบัตรก็ช่างมัน ขอให้ได้เห็นแค่โตเกียวโดมก็พอใจแล้ว... แค่ได้เห็นหน้างาน บรรยากาศงานก็พอใจแล้วเว้ยยย...ยังไงก็จะไปให้ได้... ให้ตายซิ
คืนนั้น..ก่อนนอน สวดมนต์ ไหว้พระ...ช่วยลูกช้างตัวน้อยๆ ตาดำๆ ด้วยเถิดดดดด


เช้าวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2549
เราตื่นมาด้วยความรู้สึกอยากจะร้องไห้... แล้วรีบอาบน้ำแต่งตัว..แล้วออกเดินทางไปยังโตเกียวโดม...
พอถึง...โอวววว แม่เจ้า คนเยอะจอร์จจจจจ...... แต่งตัวกันสุดฤทธิ์ ยืนต่อแถวซื้อของที่ระลึก..เราก็เดินรอบๆ เพื่อดูว่า จะหาบัตรได้มั้ยยย...
ตั้งแต่ สิบเอ็ดโมง ถึงบ่ายสาม.. เราเดินวนรอบโตเกียวโดม... ยังหาบัตรไม่ได้เลยยยย... แทบจะร้องไห้...เดินไป สวดมนต์ไป...ทั้งๆที่ทำใจแล้วว่าอาจจะอดดู... แต่พอมาถึงที่ แล้ว ทำใจไม่ได้จริงๆว่ะแก...
แล้วววว....บ่ายสามครึ่ง...เราก็ยังไม่ได้ตั๋ว... แต่ว่า..ข้างในเริ่ม Sound Check กันแล้ว... เดินไปที่ด้านหลังของโดม... เห็นเด็กๆมามุงกันเต็มเลย.. มีอะไรกันเนี่ยยย... แล้วซักพัก.. ก็ได้ยิน....
<ずっと。。眺めていた。。。>
 
เสียงลุงจริงๆๆๆ... โอยยย แทบละลายติดกำแพง... โอย ถ้าไม่ได้ดูวันนี้..ชั้นคงขาดใจตายแน่เลยยย.....เอาว่ะ ...แพงแค่ไหนก็จะดูให้ได้....ไม่งั้นตายแน่...
และแล้ววววว....
พี่ที่เค้าจองตั๋วให้เราไม่ได้อ่ะนะ.. เค้าก็โทรมาหาเรา... ตอนนั้นเรากำลังแซดดดดมาก.. เค้าถามเราว่า ได้บัตรยัง.. เราบอกว่า ยัง เค้าบอกว่า เค้าเจอคนขายบัตรเต็มเลย ให้รีบไปดู....เราเลยได้บัตรมาด้วยเหตุฉะนี้..
เราเข้าไปนั่งรอคอนเริ่มตั้งแต่ ห้าโมง.. ตั้งแต่เค้าเปิดประตูให้อ่ะนะ แต่ว่าคอน จะเริ่มตอนหกโมง นั่งรอจนหายตื่นเต้น..
และแล้วววววว
คอนก็เริ่มขึ้น..  เรานั่งอยู่ด้านข้างเวที แถวที่ 22 เห็นเวทีใหญ่ แต่ไม่ใกล้มาก แต่ก็เห็นนะ....โอย ตื่นเต้นตั้งแต่นาทีแรกจนนาทีสุดท้าย ..ลุงๆทั้งหลาย ปล่อยมุกกระจายมากเลยอ่ะ... เราก็ฟังรู้เรื่องมั้ง ไม่รู้เรื่องมั่ง แต่ก็นะ...นะ
วันแรกอ่ะนะ...เมื่อวานเป็นวันเกิดยุกกี้... เค้าเลยมีเซอร์ไพรส์ให้ยุคกี้... น่ารักโคตร น่ารักโคตร.... ลุงบอกว่า
<いいなあ、うらやましなぁ。。。>

โอย.. น่ารักโคตรรรรรรรรรรรรรรรร ไม่ไหวแล้ว
ยุคกี้ก็ออกมาขอบคุณ แล้วก็บอกว่า พูดไม่ค่อยเก่ง แล้วก็ไม่ค่อยได้พูดยาวๆแบบนี้บ่อยๆ...น่ารักโคตร .. อีกแล้วววว....ยุคกี่..ตัดผมอย่างนี้ เท่โคตรเลยว่ะแก...
ตอนแนะนำสมาชิกในวง.. ก็โดนทีมงานแกล้งกันกระจาย....ฮามากเลยอ่ะ...
ตอนจบนะ เค้าก็พูดขอบคุณแฟนเพลงใช่ม้ย... แล้วก็บอกว่า อยู่มาได้ขนาดนี้ ก็เหนื่อย แล้วก็ลำบากมากเลย...ต้องขอบคุณแฟนเพลงทุกคน..แล้วจบด้วยเพลง NIJI แต่ว่า รอบแรกดันเล่นล่มซะงั้น..( ไม่รู้ว่ามุขอ่ะป่าว).. ลุงเลยบอกว่า.. อ้าว เพิ่งบอกไปว่าจะอยู่ต่อถึง ยี่สิบปี สงสัยจะแย่ซะแล้วมั้ง...อิอิ
แล้วก็จบ.....

เฮ้ยยย!!!!
ยังๆๆๆ  ที่เราเล่าวันแรกไม่ละเอียด เพราะว่า...เรื่องของเรามันเกิดขึ้นวันที่สองนี่เองงงง..... อย่า อย่า อย่า อย่าเพิ่งเบื่อนะ เพราะนี้เพิ่งผ่านไปได้แค่ครึ่งเรื่องเท่านั้น ยังมีต่ออีกยาววววววว
วันแรกเราว่า..ทุกคนก็เปล่งประกายแล้วนะ...โดยเฉพาะลุงเนี่ยยยย.....ขอหยาบหน่อยเหอะนะ.. แม่ง... ไม่ไหวแล้วอ่ะ.. คนไรวะ...สวยโคตรรรรรรร...

วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2549
เราตื่นมาด้วยอาการกระสับกระส่าย นั่งอานหนังสือก็ไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่วันนี้ตั้งใจว่าจะไม่ไปดูลุงแล้วนะ... แต่ว่า นั่งอ่านไปก็ฟังเพลงไป นั่งฟังเพลงที่เค้าเล่นเมื่อวานนี้....ฟังแล้วก็จะร้องไห้...ก็เลยตัดสินใจลุกขึ้นมาแต่งตัวอีกครั้งงงง... เอาว่ะ วันนี้ ถ้าได้ตั๋วก็ดู ไม่ได้ก็ช่างมัน....เพราะเมื่อวานดูไปแล้วนี่หน่า....กำลังทำใจ...
ออกจากหอ แล้วก็ตรงไปที่โตเกียวโดมอีกครั้งงงง.....วันนี้ประตูเปิดสามโมง คนเยอะมากเลยยย เราอ่ะ..ทั้งที่ทำใจไว้แล้ว... แต่ก็นะ...
ออกมาจากสถานี มีคนยืนรอบัตร  แล้วก็มีผู้หญิงคนนึง เดินมาหาเรา ยื่นกระดาษที่เขียนว่า มีบัตรวันนี้ ชั้น 1 แถวที่ 5  ไอ้เราเห็น เฮ้ย แถวที่ห้า ต้องเห็นตอนที่เค้านั่งรถม้าไปที่เวทีใหญ่แน่เลยยยยย.... เอาว่ะ..ซื้อเลยยยย
ปรากฎว่าตอนมาถึงที่นั่ง เราใจเต้นตุบๆ เพราะว่าที่นั่ง นอกจากจะใกล้ทางเดินที่เค้าจะนั่งรถม้าผ่านแล้ว..ตอนแรกที่นึกว่าอยู่แถวที่ห้า ..กลับได้นั่งแถวที่สอง ยิ่งกว่านั้นคือ ติดเวทีเล็กเลยอ่ะ.... ใจเต้นตุบๆๆๆ จะร้องไห้ตั้งแต่ก่อนเริ่มแล้ว พอถึงเวลาเริ่ม เราก็นั่งหันหน้าไปทางเวทีเล็ก... เพลงเริ่มขึ้น........
เพลงแรก..The Fourth Avenue Café… แมร่งงงงงงงงงงงงงงงง
ทั้งที่เมื่อวานก็ดูแล้วนะ... แต่วันนี้ ได้ดูจากเวทีเล็ก เห็นลุง เท็ตจัง เคนจังและยุคกี้ ตัวเป็นๆ แบบไม่ต้องดูจอ แบบว่าเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อมจริงๆ แต่ละคนก็อ่ะนะ ...เฮ้อออออ... ไม่ไหวแล้ววววววว
เมื่อวานเราว่าก็สุดๆแล้วนะ ....วันนี้..เหนือคำบรรยายกว่าเมื่อวานอีก... เราเหมือนใจจะหยุดเต้นนนนนน....  (หยาบหน่อยนะ แต่ไม่ไหวแล้วว่ะ)แต่ละท่าแมร่งงง สุดตรีนนนนนน
แล้วเค้าก็ขับรถคันเล็ก ไปที่เวทีใหญ่ แยกไปทางซ้าย ขวา แล้วก็ไปเล่นคอนต่อบนเวทีใหญ่ เล่นๆๆๆ เราก็เต้นๆๆๆ ไม่สนใจใครเลยเว้ย แบบว่า คนญี่ปุ่นข้างๆอายไปเลย (เค้าคงอายแทน... แต่เราไม่อาย อิอิ )

              พอพักเบรค ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้นก็มาเยือนเราอีกครั้ง เพราะว่า เรารู้ว่าต่อไปเค้าจะนั่งรถลากมาที่เวทีใหญ่ เล่นอีกสองเพลง.... ได้เห็นเต็มๆตาสองข้าง.... โอยยยยย....แทบจะตายเลยเรา... แบบว่า....เฮ้อออ
พอเล่นจบ ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นก็มาถึงอีกครั้ง... เค้าจะนั่งรถลากผ่านหน้าเราพอดีเว้ย... ตอนนั้น..เราอธิษฐาน.. มองมาหน่อยน้า มองมาหน่อยน้า... แต่พอเค้ามาตรงหน้า จะบอกว่า ความสูงของรถลากมันเท่ากับที่นั่งเราพอดีเลยอ่ะ... พอเค้ามา..เราก็กรี๊ดดดดด สุดเสียง.... ลุงก็ยิ้มๆๆ ให้คนอื่นๆ  มองมาทางเรา.. แค่นี้ก็จะละลายอยู่แล้ว... เราก็จ้องๆๆ แล้วตาของเท็ตจัง ก็สบมาที่เราพอดีเลยอ่ะ...แล้วเค้าก็ยิ้มมมม... เราแบบว่ากำลังกรี๊ดอยู่... เอามือปิดปาก.. แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย น้ำตามันไหลออกมาเองไม่หยุดเลย...(เด็กข้างหน้าเรา ยิ่งกว่าเราอีกนะ ลงไปนั่งกับพื้น สะอึกสะอื้นใหญ่เลย)  พอเค้าขึ้นเพลงใหม่... เราก็เต้นๆ ทั้งๆที่เพิ่งร้องไห้มา เหมือนคนบ้าเลยอ่ะ วันนั้น.. จริงๆนะ.. ถ้าได้มาด้วยกันคงจะกรี๊ดกันตายไปข้างนึงเลยอ่ะ...พรุ่งนี้เป็นวันเกิดเคนจัง วันนี้เลยมีเซอร์ไพรส์วันเกิดเคนจังด้วย..น่ารักอีกแล้ว เล่นคอนสองวันไม่เหมือนกันนะ เพราะงั้น... ครั้งหน้าถ้ามีคอนอีกครั้ง...ต้องมาดูทุกรอบเลยนะ เราบอกกับพวกลุงๆ ไว้แล้ว(บอกในใจนะ) คิดว่า น่าจะมีอีกครั้ง อีกห้าปีข้างหน้าจ๊ะ แต่ว่าปีหน้าจะมีทัวร์ ทั่วญี่ปุ่นนะ... แต่ยังไม่รู้กำหนดการเลย...
ส่วนเรื่องเพลง และอื่นๆที่เค้าเล่นในคอนเสิร์ต เราไม่เล่าแล้วกันนะ เพราะจะให้ไปดู ดีวีดีเอาเอง น่าจะต้นปีหน้าอ่ะจ๊ะ .... อย่าลืมช่วยกันอุดหนุนลุงๆนะจ๊ะ.. ลุงๆจะได้มีแรงจัดคอนเสิร์ตให้เราดูกันบ่อยๆ เนาะ
เราอ่ะ..ตายตอนนี้ก็ไม่เสียดายแล้วแหละ...อิอิอิ

ครั้งหน้ามาดูด้วยกันให้ได้น้า...สัญญาๆๆๆๆๆ

รักนะ... จริงๆๆๆ
 (none)
By Fai
 

 
ฉลองความอิจฉาตาไหม้ (ร้อนจนไหม้หมดแล้ว)
ด้วยการแปะเมล์ (ชาวบ้าน) ทั้งดุ้น
ตั้งใจจะเล่าเรื่องประทับใจตอนขากลับจากภูเก็ต
แต่แปะโป้งไว้ก่อนละกัน
 
ก็ให้มันรู้ไป
ว่าชาตินี้จะไม่ได้ดูคอน (พวก) ลุงไห...เฮ้อ
12月7日

Shu Xi De Wen Rou - 熟悉的温柔 - Gentle Acquaintance

I’m always walking alone
In my heart, it’s filled with empty holds
Used too many excuses
To cover up the loneliness
But could not
Find back the freedom
 
Love, has brushed pass
Like, stop in the memories
I’m used to searching for you
Having you is enough
All along we remained
The most beautiful times
 
Your familiar warmth
Never left
In your heart, saw your desire
You were waiting for me as well
Even with additional languages
It is hard to express my genuineness
I will not let go
With courage
Love you
 
Shu Xi De Wen Rou - 熟悉的温柔 - Gentle Acquaintance
By 周渝民 - Vic ZHOU
Shen Qing Mi Ma - 深情密碼 - Silence : Original Soundtrack
 

11月9日

Jing Jing De - 静静的 - Quietly

What is hidden in the air?
There is a little romantic feeling
Standing beside you
Everything seems so big
 
I'm still waiting for you
To silently love me
As long as you are with me
It is enough
 
You are also waiting for me
The quiet warmth
Holding hands like this
Silently staring at the sky
 
Have to remember the promise we made that day
The instantly lit firework
Belongs to us
 
I'm still waiting for you
For the silent warmth
With hand in hand
Silently staring at the sky
 
Silently holding hands
Is the simplest dream
 
Jing Jing De - 静静的 - Quietly
By 庾澄庆 - Harlem YU
Shen Qing Mi Ma - 深情密碼 - Silence : Original Soundtrack
 

10月17日

CONFUSING

ความคิดที่ซับซ้อนขึ้น
เปลี่ยนเด็กคนหนึ่งไปเป็นผู้ใหญ่อีกคน
 
เวลาที่ไหลผ่านตัวฉันไป
ก็เปลี่ยนฉันไปเป็นตัวฉันอีกคนเช่นกัน
 

 
จู่ๆ คนที่มักติดต่อกันด้วยการส่งข้อความก็โทรมาหา
น้ำเสียงแปลกๆ แต่พอถามก็กลับอ้ำอึ้งแล้วบอกว่าไม่มีอะไร
 
อาจเป็นเพราะอยู่ในภาวะที่สับสนในชีวิต
และไม่พร้อมที่จะเจอกับเรื่องต้องคิด
ก็เลยปล่อยให้มันผ่านเลยไป
 
ต่างฝ่ายต่างก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย
แล้วเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่หลุดปากออกไปว่า
วีนแตกครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ จำได้มั้ย
เท่านั้น...อีกฝ่ายก็เงียบไปพักใหญ่
และถามกลับเรียบๆ ว่า
แล้วจำได้หรือเปล่า อย่าเพิ่งยุ่ง กำลังอารมณ์ไม่ดี นี่ เป็นคำติดปากตั้งแต่ตอนไหน
 
ตอบไม่ได้
เพราะถ้าตอบได้
ก็จะตอบคำถามที่ถามไปได้เช่นกัน
 
เมื่อไหร่กันเวลาที่รู้สึกว่า
ความโกรธ
กำลังจะมีอำนาจเหนือตัวเองทีไร
ก็เป็นต้องรีบพูดอย่างนั้น
หรือไม่ก็ต้องรีบปลีกตัวออกไปอยู่คนเดียวทุกที
 
คงเพราะรู้ว่า
ถ้าโกรธแล้วจะร้ายกาจได้ขนาดไหนละมั้ง
และถึงจะโกรธง่ายหายไว
แต่ภาษิตจีนบทที่ว่า
แก้แค้นสิบปีไม่สาย
ก็ยังใช้ได้ผลดีเสมอ
เพราะยามที่ความโกรธเย็นลง
สมองก็จะเย็นตามทำให้คิดอะไรได้มากขึ้น
แม้กระทั่งการล้างแค้น
 
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
ที่ร่ำๆ ว่าจะวีนแตกแต่ก็รอดมาได้มีอยู่หลายหน
พอมาคิดๆ ดูก็ให้ขำ
รอด (ทั้งเขาและเรา) มาได้ไงหว่า
 
ถ้าเปรียบตัวเองกับฤดูอะไร
ก็ต้องบอกว่าเป็นฤดูฝน
เป็นอะไรที่ตรงกับตัวเองที่สุดแล้ว
เพราะต่อให้หลังฝนซาฟ้าจะใส
แต่อะไรที่มันมากไปหรือน้อยไป
ก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น
 
เมื่อก่อนไม่ว่าจะรู้สึกยังไง
ถ้าไม่ได้คิดจะอำใคร
ก็ไม่เคยเห็นเก็บได้สักที
มองหน้าก็รู้แล้ว
แต่เดี๋ยวนี้
กำลังหัวเราะอยู่แท้ๆ
แต่ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร
บางทีปวดท้องจนจะเดินไม่ไหว
ก็ยังโลดโผนได้ไม่มีเปลี่ยน
หรืออำจนเป็นนิสัย
ไม่ต้องมองคนอื่นมากก็ได้
เก็บมากๆ มันไม่ดี
เพราะงั้นถ้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้หรอกนะ
 
คำพูดก่อนวางสายของคนที่ไม่ค่อยพูด
แต่มักพูดให้ต้องคิดเสมอ
 
ชอบ...ไม่ชอบ
พอใจ...ไม่พอใจ
ใช่ว่าไม่แสดงออก
 
ทนได้...ทนไม่ได้...ไม่ทน
นี่ต่างหากที่เป็นอยู่ตอนนี้
 
ทนได้...ถึงได้สดใสร่าเริงอยู่เสมอ
ที่ทนได้...เพราะไม่ได้รีบร้อนอะไร จะยังไงก็ต้องมีผลสรุป
 
ทนไม่ได้...ถึงได้โศกเศร้าทำตัวรันทดและมีปัญหา
ที่ทนไม่ได้...เพราะทุกอย่างมีคำว่าไม่อยู่ด้วยเสมอ
 
ไม่ทน...ถึงได้ต้องถอนตัวออกมายามที่ไม่อาจคุมตัวเองได้
ที่ไม่ทน...เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เกิดผลดีอะไรขึ้นมา
 
ความคิดที่ซับซ้อนขึ้น
เปลี่ยนเด็กที่แสดงอารมณ์ตรงๆ
ไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีแค่ทนได้...ทนไม่ได้...และไม่ทน
 
นี่แหละที่อยากจะตอบ
9月17日

Still Rainy

ครืน ครืน คำรามก้อง
เสียงฟ้าร้องดังทั่วฟ้า
หยดฝนพรมนภา
หลั่งลงมาสู่ผืนดิน
 
เสียงฝนปนเสียงเศร้า
วังเวงเคล้าราวติฉิน
เหงาใดที่ได้ยิน
มิอาจสิ้นความเดียวดาย
 
ฝนซาหลังฟ้าส่อง
เป็นแสงทองเส้นรุ้งสาย
แม้มืดหากจันทร์ฉาย
ดาวพร่างพรายไม่เอกา
 

 
ช่วงนี้ชีวิตไม่ค่อยแจ่มใสเลย
ไม่ได้อยากโทษฟ้าฝนที่เป็นใจมาช่วยให้การเล่นมิวสิคในแต่ละวันผ่านไปด้วยดีหรอก
เพราะว่าช่วงเวลาที่ชอบที่สุดก็คือช่วงที่ฝนตก
แต่ฝนที่ตกในตอนนี้
มันไม่ได้ช่วงล้างอะไรๆ ให้มันสะอาดได้เลย
 
จะว่าไปแล้ว
พักหลังมานี้ก็ไม่มีโอกาสได้ตากฝนเท่าไหร่นัก
ที่ชอบฝนคงเป็นเพราะเข้ากับนิสัยส่วนตัวละมั้ง
แปรปรวน
มาๆ ไปๆ
แต่ถ้าจะให้อยู่นานๆ ก็ทำได้เช่นกัน
 
ตอนนี้ฝนก็ยังตกอยู่
และตัวเองก็ยังรู้สึกโหวงๆ เหวงๆ อยู่
แต่อีกเดี๋ยว...ฝนก็จะหยุดตกแล้วล่ะ
อีกเดี๋ยว
9月9日

I want it be a(n) (un)secret e-mail

อันนี้คงต้องขอเป็นการส่วนตัวให้แกกับฝ้ายเท่านั้น
เดี๋ยวคนอื่นมันจะรำคาญกันไปซะก่อนว่ะ ฮ่าๆๆ

ไม่อยากบอกเลย ยังอารมณ์ค้างอยู่เลยว่ะ
ในคอนไม่ค่อยได้แหกปาก โยกตามอย่างเดียว
พอเดินกลับบ้าน อารมณ์ชวนแหกปากมาก
หูก้อเสียบไอพอดฟังเพลงลุงทั้งคืนเล้ย...

เอาทีละเรื่อง ลุงแกออกมาได้ธรรมดามาก
นั่งเล็งตั้งนาน คนไหนลุงวะ
ดั๊นออกมาพร้อมแบนด์เฮียแก -*-
ตัวก็เตี้ย หัดทำตัวให้เด่นๆหน่อยเด่ะวะ
แต่ฮา เฮียแกต้องขึ้นไปยืนบนลำโพง
ขนาดยืนแล้ว มือกีต้าร์มันยังสูงกว่าเลยว่ะ 555+

ผมแบบว่า..........
สไลด์ แต่เล่นไปสองสามเพลง เหงื่อเยอะ
ลูบๆไปข้างหลัง โอย!!! กูจะตายคาฮอลล์ให้ได้
หน้างี้ก็ใสชิบหายยยยยยยยยย
ทำไมคนเราหน้าแก่ แล้วกลับมาเด็กได้ว่ะ

ส่วนชุดก็ ขอเรียกว่าชุดเดียวละกันนะ
เพราะหลังอังกอร์ เฮียไม่ใส่เสื้อออออออออออออออออออ !!!!!!
เลือดกระฉูดก็คราวนี้ รอยสักแม่งอย่างเท่ห์........
ตอนเสื้อกล้ามตัวแรกก็นึกว่าลุงเปรี้ยว
ใส่เสื้อเปิดหลัง ปล่อยให้จ้องตั้งนาน ถึงรู้ว่าเป็นลาย -_-'
โด่ ลุงเอ๊ย เปิดไปเล้ยยยยย แค่นี้เลือดมันก็ไม่หยุดอยู่แล้วว่ะ 55

ร้องกี่เพลง ไม่ได้นับว่ะ
แต่ให้เพื่อนหา Set List มาให้
ไปดูเองนะเพื่อน
http://www2.azaq.net/bbs/bin/res.cgi?liv256+1+16236
เรื่องลืมเนื้อ ก็เป็นปกติว่ะ ฮ่าๆๆๆ

แต่เหมือนจะมีอยู่เพลงนึง (อย่าถามชื่อเพลง ไม่เคยจำได้ว่ะ)
เหมือนลุงหยุดร้องจะให้แฟนเพลงร้อง
แต่ไม่มีคนร้องตามว่ะ กูล่ะฮา จนเฮียแกต้องค่อยหยอดมุขให้ร้องตามใหม่อีกรอบ

ท่าเซ็กซี่ท่าไหนพวกแกคงรู้ดี ลิ้นเนี่ย เลียมันเข้าไป๊ ... กูจะตายก่อนหุบลิ้นเข้าไปแล้ว ><
ทำไมถึงเป็นผู้ชายที่เซ็กซี่ขนาดนี้ว่ะ
ขนาดช่วงนี้ไปหลงเรียว w-inds. อยู่ ลุ๊งงงงงงงง เอารางวัลเซ็กซี่กลับไปครองเล้ย !!!

MC กูจำได้แค่ลุงบอกว่าตอนแรกจะไปเล่นที่บุโดกัน
แต่ที่นั่นแม่งคนดูต้องห่างกะเวทีเยอะ
เฮียแกบอกอึดอัด เลยมาเล่นที่ Yokohama Arena แทน
แล้วเวทีห่างกะคนดูไม่ถึงเมตรอ่ะแก๊......
ยกเว้นชั้นนะ เพราะห่างกันประมาณแสนโยชน์ -*-
ที่เหลือนอกนั้นกูฟังไม่ออกกกกก พูดเหี้ยไรของแม่งว่ะ
อ้อ มีเล่นจัดอันดับของทัวร์ครั้งนี้ด้วย
เห็นบอกว่าลุงแกขาสะดุดสายไฟหลุดเป็นพันรอบเลยแก๊
ลุงดันบ่นมา mendokusai อีกแหน่ะ -_-' เฮียเอ๊ยย เตี้ยแล้วยังทำซ่าอีก

นี่ยังพล่ามไม่ถึงหน้า A4 เลยมั้งเนี่ย
ถ้าคิดว่าจะหมดแค่นี้ เสียใจด้วยย่ะ ยังต่อได้ ฮ่าๆๆ

เอาเรื่องฉากมั่ง ฉากเป็นเหมือนวิหารเลยเฟ้ย
สวยเอี้ยๆ ไฟเฟยงี้ งามมากๆ ชอบมากเลยเล่นภาพเมฆเนี่ย สวยมากเลยแก
ตอนอังกอร์มีหลอดไฟ ห้อยลงมา ระเบิดตูมตามพรึบเลย
ไฟ(ไฟจริงๆ ไม่ใช่ไฟฟ้า) พุ่งออกมาเป็นว่าเล่นเลย
เหมือนจะมีหลอดไฟที่ห้อยตกลงมาอันนึงด้วย
ประทับใจฉากสุดทีนเลยว่ะ แม่งสวยจริงๆ

ไม่ได้ฟังเพลงร็อคมานานมาก กลับมาบ้าลุงไปอีกรอบเต็มๆ
พรุ่งนี้ต้องไปดู Lead แถมมะรืนไปดู w-inds. อีกรอบ
กลัวสลัดอารมณ์ไม่ได้ชิบเป๋ง ตอนนี้ขนาดนั่งฟังลุงยังจะตายคาคอมเลยแก๊

ของหน้าคอนซื้อมาแต่ pamphlet กับที่ใส่ลูกอมที่มันกระดิกหัวได้ว่ะแก
เงินหมด เดี๋ยวกูไม่มีกิน -_-' เปิด pamphlet แต่ละหน้า
พระเจ้าจอร์จ theme เป็น the last dinner ของพระเยซู
แต่ little devil กูเหมือนเป็นแวมไพร์ผู้เซ็กซี่เลย
เลือดย้อยปากนี่สุดยอดแล้วว่ะ ...

เหนื่อย ... ไว้กลับไปเม้าท์ของจริงดีกว่าว่ะ
มื้อไหนแกกินข้าวกับชั้น เตรียมทิชชู่ กับร้านที่มันเสียงดังโหวกเหวกไว้ก่อนเลยนะ
เพราะแกคงได้กรี๊ดแตกกับน้องแพมเฟล็ตแน่ๆ
 
Type Like-Love-Long For hyde HEART DISEASE
By Xiel
 

 
ฉลองให้วันนี้เมื่อ 7 ปีที่แล้วด้วยการ "ก๊อป" เมล์ทั้งดุ้นมาแปะ
ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าเข้าใจก็เป็นเรื่อง (อ้าว)
 
วันก่อนพยายามจะอยู่ดู
ราหูอมจันทร์
รอจนเที่ยงคืน
พระราหูองค์ดำๆ ก็ยังไม่ยอมมาอมจันทร์ให้ดูเสียที
กะว่าจะเคาะกระเป๋าตังค์
เรียกเงินเรียกทองแบบพระสังข์เรียกเนื้อเรียกปลาซะหน่อย
แห้วไป...
 
สุดท้ายก็ต้องกลับมานอนตีโป่ง
พยายามเพ่งกระแสจิตถอดวิญญาณไปเข้าฝันลุงตามเดิม
 
ถูกแล้ว...ไม่ได้อ่านผิด
ก็แหม...ฝันถึงแกออกบ่อย
ก็อยากให้ลุงแกฝันเห็นเราบ้าง
จะได้เป็นอะเมซซิ่งไทยจินไง
8月27日

Yeah, its always better when we're together.

Keep me when I stray, have me when I stay,
Hold me from the start and trust me all the way,
Find your faith in every inches of my soul,

Keep me… I’m already yours.
 
somewhere in between
By October
 

 
(ก็แค่คิดว่า...หายหน้าหายตากันไปนาน)
 
จากนอกหน้าต่างบานเดิม...ที่ใช้มองวิวยามนั่งพักสายตาจากคอม
กลิ่นเย็นๆ ของฝนที่หยุดไปตั้งแต่รุ่งสางลอยอวลเข้ามาในห้องอย่างอ้อยอิ่ง
นกเขาใหญ่ตัวหนึ่งกำลังเกาะกิ่งไม้แห้งอันใหญ่
ที่เจ้าของใช้เป็นเสาให้ต้นตำลึงพันกำลังไซร้ขนอย่างเพลิดเพลิน
กอบัวที่อวดโฉมของดอกบัวสีชมพูสด
ลอยไหวๆ เพราะปลาที่ว่ายวนไปมา
 
ราวกับธรรมชาติเพียงเล็กน้อยนี้
ได้หยุดเวลาไว้
 
หากแต่...
 
อีกไม่นาน...วันนี้ก็จะหมุนผ่านเท้าของเราไป
อีกเดี๋ยวเดียว...วันพรุ่งนี้ก็จะมาถึง
แล้วชีวิตอันเร่งรีบก็จะวนกลับเข้ามาหาเราอีกครั้ง
และสายลมเอื่อยๆ ก็จะพัดพาชีวิตที่เชื่องช้าให้ลอยไป
7月9日

always be together

We should be
always be together
I need you as my guide
and my light
Come into my door
Be the light of my life
We'll be together
 
J-BOY special
by Rie NAKAMURA
 

 
ผ่านไปกับอีกหนึ่งวันอันซึมเศร้า แย่ชะมัด...
 
ไม่คิดว่าการไปดูหนังที่ชวนฮาตลอดเรื่องจะทำเอาซึมได้ขนาดนี้
 
จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่มีอาการแบบนี้เป็นตอนที่ไปดูหนังเรื่อง SPRING SNOW แต่นั่นก็เป็นหนังประเภทที่ไม่บอกก็รู้ว่าต้องหดหู่ออกมาจากโรงแน่ๆ
 
ตอนนี้ก็กำลังตอกย้ำความซึมเศร้าของตัวเองด้วยการดู FROM HELL เป็นรอบที่ 5 ในช่วงเวลา 3 วัน (หนล่าสุดคือเช้าวันนี้หลังคู่ชิงที่ 3 เยอรมันชนะโปรตุเกส 3-1)
 
หดหู่และซึมเศร้าสุดๆ
 
และ... (ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเรียก) กลอนเปล่า...ของวันนี้ ก็เป็นผลสืบเนื่องมากจากตอนจบของ FROM HELL แม้จะจบอย่างนั้น แต่ก็รู้สึกว่าทั้งคู่จะยังคง always be together ตลอดไป
7月4日

I can't wait

ไหวหวั่นเพราะหวั่นไหว
เผลอใจเพราะใจเผลอ
เพ้อรักเพราะรักเพ้อ
ใจเผลอเพราะเผลอใจ
 

 
หายหน้าไปหลายวัน
คงยังไม่ลืมกันใช่ไหม
ที่หายไปไม่ใช่เพราะปวดใจ
แต่ที่หายไปเพราะหัวมันเหม่งเท่านั้นเอง
(ชม เนตหมดตะหาก)
 
ตอนนี้กำลังเศร้าและทำใจ
เพราะยาใจน้องรักเล่นเอาเสียร้องเอ๋ง
หนีไปดูซูเปอร์แมนน่ะตัวเอง
ทำเราเซ็งจนเศร้าเฉาเจรงๆ
(กลับผิดเวลาด้วย...โมโห)
 
ไม่เป็นไร...ข้าน้อยจะเอาใหม่
เล็งเอาไว้ในใจอย่างเหมาะเหม็ง
คราวนี้แหละ...จะไม่พลาดให้ต้องเซ็ง
ไม่วังเวงโดดเดี่ยวให้เปลี่ยวใจ
(เริ่มบ้า)
 
รอก่อนนะจ๊ะ Pirates of the Caribean
เดี๋ยวเดี๊ยนจะไปดูว่ามันส์ขนาดไหน
เพราะ Johnny Depp หรือกัปตัน Jack Sparrow นั้นไซร้
คือขวัญใจ...ทำเอา I can't wait และหวั่นไหวจนเผลอใจให้เพ้อรักด้วยอยากดู
(สรุปว่าบ้าไปแล้วเรียบร้อย)
6月28日

Silly Sleepy Me

ขึ้นเตียง ปิดตา คว้าผ้าห่ม
หมอนกลมๆ อยู่ไหน ให้สัยสง
เอื้อมมือไป ไขว่ข้างๆ ก็ให้ปลง
เป็นตกลง ว่าน้องเรา เขาได้ไป
 
เดี๋ยวพลิกคว่ำ พลิกหงาย วุ่นวายจิต
หลับไม่สนิท คิดไป ก็ไม่หาย
จะนอนคว่ำ นอนตะแคง นอนเหยียดกาย
ก็เสียดาย ที่ไม่ได้ หมอนมาครอง
 
รู้สึกตัว อีกที ตายังปิด
หลับสนิท แต่อะไร? ในมือสอง
ทรงกลมๆ ยาวๆ น่าตะกอง
อยากจะลอง ดึงมากอด ให้สมใจ
 
พอคิดปุ๊บ มือก็หมับ จับยึดแน่น
เกร็งสองแขน ยกหัว พุ่งเข้าหา
เสียงดังโป๊ก! โขกเต็มๆ ทั้งหลับตา
เอาละวา หัวตู ปูดแน่เอย
 

 
ผนังชั้นบนของบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ ทำจากไม้ฝายาวๆ กว้างราว 3 นิ้วเรียงต่อกันตามแนวตั้ง และทุกๆ ความสูงศอกนิดๆ จะตีด้วยไม้ยาวๆ กว้างราว 3 นิ้ว หนา 1 นิ้ว
 
หลังจากการระเห็จนอนเร่ร่อนไปทั่วบ้าน ในที่สุดก็ได้มีโอกาสกลับขึ้นมานอนที่ชั้น 2 ของบ้านอีกครั้ง เตียงคู่ถูกตั้งชิดผนังด้านใน และแม่น้องสาวก็ยึดเอาริมนอกใกล้ประตูเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ต้องนอนด้านในอย่างเลือกไม่ได้
 
ความสูงของเตียงเท่ากับไม้ที่ยึดแนวขวางของผนังอันที่ 2 พอดี (อันแรกอยู่ติดพื้น) และเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ไปกระแทกเลยเอาผ้าหนาๆ ม้วนๆ ไปปิดกันเอาไว้
 
สี่ตีนยังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
 
ทั้งที่ระวัง แต่ความอยากกอดหมอนข้างก็มีมากกว่า เพราะคิดว่าเป็นหมอน ก็เลยจะเอาหัวไปหนุน
 
ได้เรื่องล่ะทีนี้
 
ฟาดเข้าไปเต็มๆ ดังไปทั้งบ้าน ขนาดแม่ยังสงสัย นึกว่าทำไมปิดหน้าต่างแรงจังก่อนจะได้รู้ความจริง
 
ได้รอยโนยาวราว 1 นิ้ว กว้างครึ่งนิ้ว จากหัวคิ้วขวาทำมุมขึ้นไป 45 องศา โดยประมาณ (จากการส่องกระจก)
 
น้องหมาที่บ้านตัวหนึ่ง ชอบวิ่งกระโจนใส่ประตูรั้วทุกครั้งเมื่อเจอหมาคู่อริ (หลายตัว) หน้ากระแทกทุกวันๆ จนเหนือตาทั้ง 2 ข้างปูดออกมาเหมือนโหนกของอูฐ
 
มองหน้ากันไป มองหน้ากันมาวันนี้
 
เอ...เราก็มีนี่หว่า
 
เจ็บชะมัดเล้ย...
 
6月27日

My Love Is Like To Ice

My love is like to ice, and I to fire
How come it then that this her cold so great
Is not dissolved through my hot desire,
But hardly grows the more I her entreat?
Or how come it that my exceeding heat
Is not allayed by her heart-frozen cold,
But that I burn much more in boiling sweat
And I feel my flame augmented manifold?
What more miraculous thing can be told?
That fire, which all thing melt, should harden ice,
And ice, which is congealed with senseless cold,
Should kindle fire by wonderful device?
Such is the power of love in gentle mind,
That it can alter all the course of kind.
 
My Love Is Like To Ice
By Edmund SPENCER
 

 
ไม่มีอะไรเพิ่มเติม
แต่หวังว่าคงใช้เวลาที่เพิ่มขึ้น
ตีความหมายของมันนะ
6月26日

Habanera

ความรักเป็นดั่งนกน้อยในทุ่งกว้าง
เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร
ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถได้ไปครอง
หากลองบอกว่าไม่ชอบแล้วไซร้
ต่อให้ร้องเรียกเท่าไร ก็ไม่มา
 
จะข่มขูหรือปลอบโยนก็ไรผล
หากเจ้าไม่ชอบข้า ข้าก็จะทำให้เจ้าชอบ
แล้วเมื่อใดที่ชอบข้าแล้ว
โปรดจงระวังให้ดี
เมื่อยามที่คิดว่าอยู่มือ ก็จักหนีไป
 
 
หากแม้นคิดว่าหลุดมือไปแล้ว กลับยังอยู่!
ยังคงวนเวียนฉวัดเฉวียนอยู่รอบตัวเจ้า....
 
เมื่อใดหลงใหลข้าแล้วโปรดจงระวังให้ดี
 
<Habanera>
จากอุปรากร
Carmen
 

 
เห็นหมู่นี้มีแต่คนพูดถึงรักแท้ วันนี้เลยจะขอยกหนึ่งตัวอย่างมาให้อิจฉากันเล่นๆ
 
เพราะช่วงนี้ประกอบอาชีพว่างงานอยู่ ก็เลยทำให้มีหน้าที่หลักในการล้างจาน ซึ่งก็จะเริ่มทำหน้าที่เอาช่วง 4โมงเย็นเป็นต้นไป
 
ที่ล้างจานของบ้านอยู่ตรงส่วนที่เป็นครัวนอกบ้าน ล้างกันบนพื้นนั่นแหละ เศษข้าวที่อยู่ก้นกะละมังจึงมักจะถูกเทลงพื้นเสมอ
 
และนั่นเป็นสาเหตุให้หมู่นี้มีคู่รักที่ไม่ได้รับเชิญแวะเวียนมาบ่อยๆ
 
นกเขาเล็กหนุ่มสาวที่พากันมาจิกกินเศษข้าวที่ราดไว้บนพื้น วันนี้ก็แวะมาอีกเหมือนเคย เข้ามากินใกล้ๆ แล้วก็ส่งเสียงคลุกคลักในคอ ใกล้มากขนาดคว้าได้ทำให้ต้องหยุดล้างจานครู่หนึ่ง ปล่อยให้กินกันให้หนำใจ เพราะกลัวว่าถ้าล้างจานต่อ คู่นี้แกอาจจะตกใจไม่กล้ากิน
 
กินไป จู๋จี๋กันไปให้อิจฉา แล้วก็บินจากไป
 
เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็คงกลับมาให้อิจฉากันใหม่...เฮ้อ
6月25日

Love is Color-Blind

It don't matter if you're black
white or yellow, if your brown or red
let's get down to that
love is color-blind
you're my brother, you're my friend
all that matters in the very end
is to understand
love is color-blind
 
Love is Color-Blind
By Sarah CONNER
 

 
วันนี้ก็มีโอกาสได้ดูซีรีย์เกาหลี LOVE STORY IN HAVARD (นำแสดงโดย คิม แร วอน-ขวัญใจสาวข้างบ้าน และ คิม แต ฮี-นางร้ายหน้าหวานจากฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า) เป็นตอนที่พระเอกขึ้นว่าความในศาลจำลองคดีหนึ่งในฝ่ายโจทก์ เนื่องจากโจทก์ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะเป็นคนผิวสี พอดูแล้วก็ให้นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมา
 
ครั้งแรกที่ได้ฟังก็แค่รู้สึกว่ามันเพราะ ความที่ไม่เก่งอังกฤษก็เลยไปหาเนื้อเพลงมาอ่านดู พออ่านแล้วก็ถึงกับน้ำตาไหล อาจเป็นเพราะว่า เนื้อหาของเพลงที่สื่อความหมาย ทำให้เพลงนี้กลายเป็นอีกหนึ่งเพลงโปรด
 
พอคิดดูให้ดีๆ สิ่งหนึ่งที่ทำให้นึกขึ้นมาได้จากการที่ฟังเพลงนี้ก็คือ ขนาดอเมริกา ประเทศเสรีก็ยังมีการเหยียดสีผิวให้เห็นกันอยู่
 
ความเสรี...ที่ไม่เสรี
6月24日

Rainy Night

หยาดฝนหยดพร่างฟ้า     เพียงพราย
ครึ้มเมฆแสงแปลบปราย     สว่างแจ้ง
เสียงก้องกึกมิคลาย     กัมปนาท
หวาดหวั่นแต่จิตแย้ง     หยุดไว้ อย่ากลัว
 

 
ความเคยชิน สำหรับคนที่ไม่เคย ก็จะเป็น ความไม่เคยชิน
 
เคยชินกับที่ต้องได้ยินเสียงของเครื่องบิน บินผ่านหลังคาบ้านเสมอ
 
ถ้าเป็นคนอื่น ใหม่ๆ อาจจะตื่นเต้น แต่อีกหน่อยก็คงกลายเป็นรำคาญ
คุยกันก็ต้องตะโกน ดูโทรทัศน์ก็ต้องเร่งเสียง
ยิ่งช่วงไหนมาติดๆ กัน
ขนาดคนเคยชินยังเกือบประสาท
 
เมื่อคืนเป็นคืนฝนตก
ตกหนักตั้งแต่หลังเที่ยงคืน
ฟ้าร้องฟ้าผ่าจนบ้านสะเทือนทั้งหลัง
ความรุนแรงวัดได้จากความเร็วในการบินของเที่ยวบินที่บินช่วงหนึ่งนาฬิกา
แหม...บินเร็วกว่าปกติ
 
นี่แหละ ความเคยชิน
 
พูดถึงฟ้าร้องฟ้าผ่าก็ให้สงสัยว่า
ทำไมเดี๋ยวนี้มันน่ากลัวจัง
 
ร้องในแบบที่ไม่ค่อยจะได้ยิน
ดังเหมือนกับจะมีอะไรทะลุออกมาจากอีกด้านของท้องฟ้า
 
ผ่าในแบบที่ไม่ค่อยจะได้เห็น
แปลบปลาบราวกับจะคว้ามาได้ไว้ในมือ
ขนาดหลับตาในความมืด
ก็ยังเห็นเป็นเส้นลำแสงได้
 
นี่กระมัง
บทลงโทษของธรรมชาติต่อผู้ที่ไม่เห็นคุณค่า
6月23日

LAST Quarter

ด้วยริมฝีปากที่ขาวซีด
เพราะถูกความมืดมิดกัดกร่อน
ราวกับดวงจันทร์ที่กำลังเว้าแหว่งนี้
จะให้ร้องเพลงใด
จะให้อธิษฐานสิ่งใด
ในเมื่อไร้ดวงอาทิตย์เช่นเธอ
 
[LAST Quarter] my dear Sayaka
By Adam LANG
~Evil Eye~
 

 
ยอมรับว่าตอนแรกที่สนใจเรื่องลาส ควอเตอร์ก็เพราะไฮด์ตกลงที่จะรับแสดง เลยไปหาต้นฉบับที่เป็นการ์ตูนของอาจารย์ไอ ยาซาว่า (คนเดียวกับที่เขียนเรื่องนานะ) มาอ่าน
 
จนขณะนี้ ทุกครั้งที่ได้อ่าน ได้เห็น หรือได้ยินอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็จะรู้สึกตื้อๆ ในอกขึ้นมาทันที จำได้ว่าพออ่านการ์ตูนเรื่องนี้จบ ไม่ใช่แค่ร้องไห้จนตาบวม แต่เล่นเอาซึมเศร้าไปหลายวันเลยทีเดียว
 
มิซึกิประสบอุบัติเหตุทำให้วิญญาณออกจากร่างไปยังบ้านหลังหนึ่ง ที่นั่นเธอจำไม่ได้ว่าตัวเองเป็นใคร เธอรู้เพียงแต่ว่า อีกไม่นานอดัมชายคนรัก จะมารับเธอ
 
อดัมผู้ซึ่งรักซายากะสุดหัวใจแต่เพราะโรคร้าย พรากเอาหญิงเอาเป็นที่รักไปจากเขา 19 ปีต่อมา อดัมปรากฎตัวอีกครั้งต่อหน้ามิซึกิ คนรักที่กลับชาติมาเกิดใหม่
 
ที่เขียนไว้ตอนต้น คือ เนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่อดัมได้แต่งเอาไว้ แทนความรู้สึกของเขาในยามที่ซายากะไม่อาจอยู่เคียงข้างเขาได้อีกต่อไปแล้ว
 
หลายๆ ข้อความในเรื่อง สร้างความประทับใจให้เสมอ แม้ในยามที่ไม่ได้หยิบขึ้นมาอ่าน และสุดท้ายนี้ เมื่อใดที่เงยหน้าขึ้นฟ้า ก็ขอให้รับรู้ว่า ยังมีใครอยู่ตรงนี้อีกคน
 
 
ในค่ำคืนที่ความมืดมิด
เข้าครอบครองจนนอนไม่หลับ
จงเงยหน้าขึ้นฟ้า
แล้วเธอจะนึกออก
ว่ามีคนที่รักเธอ
ให้ความสำคัญกับเธอ
อยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้อย่างแน่นอน
เพราะคนเราไม่มีใคร
มีชีวิตอยู่ได้เพียงลำพังหรอก
.
.
.
แม้ในตอนนี้เสียงของฉัน
จะส่งไปไม่ถึงเธอ
แต่ฉันก็จะร้องต่อไป
พร้อมกับภาวนาขอให้เธอ
มีความสุข
 
第 1 张,共 6 张